ก่อนเซ็นสัญญาระบบ POS ร้านอาหาร มี 8 คำถามที่ควรถามผู้ขายและขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ ราคารวมทั้งหมด การทำงานตอนอินเทอร์เน็ตหลุด การซัพพอร์ตนอกเวลาทำการ กรรมสิทธิ์ในฮาร์ดแวร์ การดึงข้อมูลออก ระยะผูกมัดของสัญญา ค่าใช้จ่ายเมื่อขยายร้านหรือเพิ่มฟีเจอร์ และภาษาที่เมนูรองรับ คำตอบแปดข้อนี้ทำนายความพอใจระยะยาวได้แม่นกว่ารายการฟีเจอร์ใด ๆ
ทำไมสำคัญ — ราคาที่โฆษณามักเป็นค่ารายเดือนที่ยังไม่รวม VAT 7% ไม่รวมฮาร์ดแวร์ ไม่รวมค่าติดตั้ง และไม่บอกค่าต่ออายุตั้งแต่ปีที่สอง ร้านจึงเปรียบเทียบสองเจ้าด้วยตัวเลขคนละชุดโดยไม่รู้ตัว
คำตอบที่ดี — ตัวเลขเดียวสำหรับปีแรกที่รวมทุกอย่าง และอีกตัวเลขสำหรับค่าใช้จ่ายรายปีตั้งแต่ปีที่สอง พร้อมระบุชัดว่ารวมหรือไม่รวม VAT
สัญญาณอันตราย — "แล้วแต่แพ็กเกจครับ" หรือไม่ยอมให้ราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนนัดเดโม
ทำไมสำคัญ — ร้านในพื้นที่ท่องเที่ยวและร้านริมทะเลเน็ตหลุดเป็นเรื่องปกติ ถ้าระบบเป็นคลาวด์ล้วน แคชเชียร์จะหยุดทันทีในช่วงที่ร้านแน่นที่สุด
คำตอบที่ดี — ระบุชัดว่าโหมดออฟไลน์ทำอะไรได้บ้าง (รับออร์เดอร์ พิมพ์บิล รับเงินสด) และข้อมูลจะซิงก์กลับขึ้นระบบเมื่อไหร่
สัญญาณอันตราย — "เน็ตไม่หลุดหรอกครับ" หรือคำตอบที่พูดถึงแต่ความเร็วเซิร์ฟเวอร์
ทำไมสำคัญ — เวลาที่ระบบพังคือเวลาที่ร้านยุ่งที่สุด ซึ่งมักอยู่นอกเวลาทำการของผู้ขาย และคืนวันอาทิตย์คือช่วงที่หาคนรับสายยากที่สุดในสัปดาห์
คำตอบที่ดี — ช่องทางติดต่อที่ระบุเวลาตอบจริงเป็นตัวเลข มีคนพูดภาษาที่คุณใช้ และมีทีมที่เดินทางถึงร้านได้ถ้าจำเป็น
สัญญาณอันตราย — มีแต่อีเมล ระบบตั๋ว หรือแชทบอท และไม่มีใครรับสายหลังหกโมงเย็น
ทำไมสำคัญ — บางเจ้าให้ยืมเครื่องระหว่างเป็นลูกค้า พอเลิกสัญญาต้องคืนทั้งชุด บางเจ้าขายขาดให้เลย สองแบบนี้ต้นทุนจริงต่างกันมาก
คำตอบที่ดี — สัญญาระบุชัดว่าใครเป็นเจ้าของ iPad เครื่องพิมพ์ และลิ้นชักเก็บเงิน รวมถึงเงื่อนไขการรับประกันและการเปลี่ยนเครื่องเมื่อเสีย
สัญญาณอันตราย — เรื่องกรรมสิทธิ์ไม่ได้เขียนไว้ในสัญญา มีแต่พูดปากเปล่า
ทำไมสำคัญ — ยอดขายย้อนหลังและฐานลูกค้าคือทรัพย์สินของร้าน ไม่ใช่ของผู้ขาย ถ้าดึงออกไม่ได้ ก็เท่ากับย้ายระบบไม่ได้ตลอดไป
คำตอบที่ดี — ร้านกด Export เป็น Excel หรือ CSV ได้เอง ไม่ต้องทำเรื่องขอ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สัญญาณอันตราย — ต้องยื่นคำขอ คิดค่าบริการ หรือให้ออกมาเป็น PDF อย่างเดียว
ทำไมสำคัญ — ระบบ POS ส่วนใหญ่ขายเป็นค่าบริการรายปี ซึ่งขึ้นราคาได้ และบางสัญญาต่ออายุอัตโนมัติโดยไม่ต้องแจ้ง
คำตอบที่ดี — ระยะเวลาสัญญาชัดเจน เงื่อนไขการปรับราคาเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และมีช่วงทดลองใช้หรือเงื่อนไขคืนเงิน
สัญญาณอันตราย — ต่ออายุอัตโนมัติโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือค่าปรับกรณียกเลิกที่ไม่ได้ระบุตัวเลข
ทำไมสำคัญ — ราคาที่ตกลงกันวันแรกคือราคาของร้านขนาดวันนี้ ร้านที่ไปได้ดีมักต้องเพิ่มเครื่องแคชเชียร์ เพิ่มจอครัว เปิดสาขาที่สอง หรือเพิ่มโมดูลอย่างสต๊อกวัตถุดิบและระบบสมาชิกภายในปีสองปี ถ้าไม่ถามตั้งแต่ต้น ต้นทุนตอนขยายจะกลายเป็นตัวเลขที่ต่อรองไม่ได้ เพราะย้ายระบบตอนนั้นแพงกว่าจ่ายเพิ่ม
คำตอบที่ดี — ตารางราคาส่วนเพิ่มที่เห็นล่วงหน้าเป็นตัวเลข ทั้งต่อเครื่อง ต่อสาขา และต่อโมดูล พร้อมระบุว่าโมดูลที่เพิ่มทีหลังคิดเป็นรายปีเหมือนกันหรือไม่ และสาขาที่สองใช้ฐานข้อมูลเดียวกันหรือต้องซื้อระบบใหม่ทั้งชุด
สัญญาณอันตราย — "ค่อยคุยกันตอนนั้นครับ" หรือราคาส่วนเพิ่มไม่มีอยู่ในเอกสารใด ๆ
ทำไมสำคัญ — สำหรับร้านในเมืองท่องเที่ยว นี่คือข้อได้เปรียบที่จับต้องได้ แต่สำหรับร้านที่ลูกค้าเป็นคนไทยทั้งหมด นี่คือฟีเจอร์ที่จ่ายไปแล้วไม่ได้ใช้ ควรรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหนก่อนจ่าย
คำตอบที่ดี — บอกจำนวนภาษาที่รองรับจริง ระบุว่าใครเป็นคนแปล และร้านแก้ชื่อเมนูเองได้หรือไม่
สัญญาณอันตราย — "รองรับทุกภาษา" ทั้งที่ใช้การแปลอัตโนมัติ ซึ่งมักแปลชื่ออาหารไทยผิด
บทความนี้เขียนโดยทีม eMenu Thailand ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ POS และเมนู QR รายหนึ่งในตลาดเดียวกัน คำถามทั้งแปดข้อนี้ใช้ถามเราได้เช่นกัน และเราแนะนำให้ถามทุกเจ้าที่คุณกำลังพิจารณา